‘อนันต์ ไมค์ทองคำ’ ส่งของขายเอง

ไม่งอมืองอเท้า ส่งของขายเองทุกวันหยุด ‘อนันต์ ไมค์ทองคำ’ ลงทุนขับรถ ส่งของตรงถึงบ้านคนซื้อ

หลังจากทำงานหนัก “นัน อนันต์” ก็เริ่มสร้างกิจการของตัวเอง ขายแชมพูอาบน้ำ ชื่อว่า ลาสมายด์ เริ่มมีเงินเก็บเข้ามาแต่ก็ไม่หลงลืมความเป็นตัวเอง

ขยันทำงาน ว่างจากงานร้องเพลง ก็ไปส่งของเองถึงมือลูกค้าถึงบ้าน นับว่าเป็นเด็กกตัญญูของแม่แฟนคลับและครอบครัว ไม่ลืมตัว ไม่ถือตัว

ขอเป็นส่วนหนึ่งในการมอบโอกาศในการศึกษาและคุณภาพความเป็นอยู่ ของน้องๆโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญ วันนี้ ‘อนันต์’ เด็กหนุ่มมากความสามารถที่เพียบพร้อมไปด้วยคำว่ากตัญญู

ไม่ลืมบุญคุณบ้านเกิดเมืองนอน วันนี้มีแล้วก็ขอส่งมอบโอกาศต่อให้น้องบนดอยสูง บริจาคสิ่งของแก่ นักเรียน โรงเรียน และชาวบ้าน ณ โรงเรียน ห้วยวัว

ต.แม่ตื่น อ.แม่ระมาด จ.ตาก จำนวน 5 โรงเรียน นักเรียน 215 คน อนุบาล-ป.6 (รร.ห้วยหมาบ้า, รร.ห้วยพลู, รร.พะละดอ, รร.ห้วยผาดำ และ รร.ห้วยวัว

โดยสามารถบริจาคเครื่องเรียน อุปกรณ์กีฬา เครื่องครัว อาหารแห้ง เสื้อผ้า เสื้อกันหนาว ของใช้ ฯลฯ ทั้งของใหม่และมือสอง

เส้นทางการแข่งขันของหนุ่มชาวดอย “อนันต์” บนเวทีไมค์ทองคำ 6 กับการนำเพลงลูกทุ่งเพื่อมาสะกดใจคณะกรรมการ และผู้ชมทั้งประเทศในทุกรอบของการแข่งขัน

ได้แก่ เพลง “แด่แม่” “เธอคือดวงใจ” “ต้องมีสักวัน” “แทนความคิดถึง” “จากคนที่รักเธอ” “รักคุณยิ่งกว่าใคร” และรอบสุดท้ายในบทเพลง “พระจันทร์ไม่เต็มดวง”

ซึ่งเป็นเพลงแต่งขึ้นมาใหม่เพื่อมาใช้ในการแข่งขันรอบสุดท้าย และเป็นเพลงที่บ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของ “อนันต์” เด็กหนุ่มชาวดอย ผู้มีความฝัน ความกตัญญู

และหลงรักในเสียงเพลง ได้อย่างดีวินาทีการปิดโหวตของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ไมค์ทองคำ 6 มาถึงช่วงเวลาแห่งการระทึกของผู้เข้าแข่งขันและคนไทยทั้งประเทศ

ผู้ได้คะแนนโหวตสูงที่สุด และได้ตำแหน่งแชมป์ ไมค์ทองคำ คนที่ 6 ของประเทศไปครอง ได้แก่ “M3 นัน อนันต์ อาศัยไพรพนา” พร้อมกับคำกล่าวคำขอบคุณจากหัวใจของผู้ชายคนนี้

“ขอบคุณกรรมการทุกคน ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่โหวตให้ผม ที่เมตตา และเอ็นดู ตัวเองก็เป็นเด็กกะเหรี่ยงคนหนึ่ง ผมก็เป็นคนไทย รักประเทศไทยคนหนึ่งครับ”

เรื่องราวของ นัน อนันต์ เด็กหนุ่มอายุ 21 ปี ชนเผ่ากะเหรี่ยง ปกาเกอะญอ จากหมู่บ้านแม่ตอคี อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กำลังศึกษาอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 5 ณ โรงเรียนอุสุวิทยา

ในการเดินทางไปโรงเรียนของอนันต์นั้น จะต้องเดินเท้าถึง 10 กม. ขึ้นเขา ลงห้วยทุกวัน เพราะหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ไกล และมีแค่ 5 ครัวเรือนเท่านั้น ในหมู่บ้านยังไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ

ใช้เทียนและการก่อไฟในการดำรงชีวิต ความหวังของอนันต์คือ การมีถนนตัดผ่านเพื่อใช้ในการเดินทาง ยิ่งโดยเฉพาะยามวิกาล เมื่อแม่ป่วยหนักเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ

ตนเองต้องหามแม่ข้ามเขาเพื่อไปขึ้นรถ และเดินทางไปโรงพยาบาลด้วยเส้นทางหลายกิโลเมตร ซึ่งอนันต์ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ผมไม่ได้เสียใจที่เกิดมาลำบาก แต่ดีใจมากกว่าที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อและแม่

About Naphatsawan Truststore Columnist

View all posts by Naphatsawan Truststore Columnist →

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *